
เปิดมุมมองการลงทุนอสังหาฯ ทำเล “ลาซาล–แบริ่ง” ย่านลักชัวรีแห่งใหม่ที่มากกว่าแค่การอยู่อาศัย
ล่าสุด ทีมงาน Friendly Agent ได้มีโอกาสเข้าไปทัวร์ สำรวจพื้นที่ และถ่ายทำคอนเทนต์เชิงลึก ณ โครงการ MOTIF Sukhumvit - Bangna ซึ่งเป็นพูลวิลล่าหรูระดับ Ultra Luxury ที่มีเพียง 14 ยูนิต ราคาเริ่มต้นราว 39 - 44 ล้านบาท การลงพื้นที่ครั้งนี้ทำให้เราเห็นมิติการเติบโตของทำเลนี้ที่น่าสนใจมากๆ และอยากนำมาแชร์ให้คนที่กำลังมองหาบ้านหรือศึกษาเรื่องการลงทุนอสังหาฯ ได้อ่านกันครับ
ทำไม "ลาซาล–แบริ่ง" ถึงกลายเป็น Hub ของบ้านระดับลักชัวรี?
1. ศักยภาพด้าน Connectivity (โครงข่ายการเดินทาง)
จุดเด่นหลักของโซนนี้คือการเป็น "ทำเลลัด" ที่เชื่อมต่อถนนสายหลักถึง 3 เส้นทาง ได้แก่ ถนนสุขุมวิท, ถนนบางนา-ตราด และถนนศรีนครินทร์ ทำให้ผู้ที่อยู่อาศัยสามารถเลี่ยงรถติดบนถนนใหญ่ได้สะดวก ที่สำคัญยังใกล้กับจุดขึ้น-ลงทางด่วนบางนาเพียงประมาณ 5 นาที รวมถึงอยู่ใกล้ระบบขนส่งมวลชนถึง 2 สาย คือ BTS สายสีเขียว (สถานีแบริ่ง) และ MRT สายสีเหลือง (สถานีศรีแบริ่ง) ซึ่งตอบโจทย์ทั้งการเดินทางเข้าสู่ CBD (CBD Connection) และการออกนอกเมือง
2. ศูนย์รวมสังคมนานาชาติ (International Education Hub)
ปัจจัยสำคัญที่ดันให้ราคาที่ดินและมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ย่านนี้เติบโตอย่างต่อเนื่อง คือปริมาณ International Community เนื่องจากรายล้อมไปด้วยโรงเรียนนานาชาติระดับ Top-tier ของประเทศ เช่น
- Bangkok Patana School (โรงเรียนบางกอกพัฒนา) ที่ตั้งอยู่ในซอยลาซาลโดยตรง
- St. Andrews International School (แบริ่ง)
- Berkeley International School
การมีโรงเรียนนานาชาติชั้นนำในระยะทางไม่เกิน 1-2 กิโลเมตร ไม่เพียงแต่สะดวกต่อครอบครัวที่มีลูกวัยเรียน แต่ยังดึงดูดบุคลากรต่างชาติ (Expat) ระดับผู้บริหารเข้ามาอยู่อาศัย ทำให้เกิด Demand ทั้งฝั่งซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง และฝั่งการปล่อยเช่าที่ได้ Yield สม่ำเสมอ
3. Lifestyle & Megaproject Density
ภาพจำของย่านนี้เปลี่ยนจากย่านชานเมืองไปสู่การเป็น "Urban Living Zone" อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ตั้งแต่คอมมูนิตี้มอลล์สายกรีนอย่าง ดาดฟ้า ลาซาล, ซัมเมอร์ ลาซาล และ ลาซาล อเวนิว ไปจนถึงการอยู่ใกล้ Mega Project ระดับแม่เหล็ก เช่น Bangkok Mall (โครงการศูนย์การค้าและ Mixed-use ขนาดใหญ่บริเวณสี่แยกบางนา) รวมถึงศูนย์ประชุม BITEC, Central บางนา และ Mega Bangna
มูลค่าทางการตลาดและแนวโน้มในอนาคต
การที่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เลือกลงทุนสร้างโครงการระดับ 40–80 ล้านบาท ในโซนนี้ สะท้อนให้เห็นถึง Scarcity Value (ความหายากของที่ดินผืนใหญ่) ในย่านสุขุมวิทตอนกลาง ทำให้ Real Demand ที่ต้องการบ้านเดี่ยวพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง (508–724 ตร.ม.) พร้อมสระว่ายน้ำและลิฟต์ส่วนตัว ขยับขยายออกมายังสุขุมวิทตอนปลายแทน เพราะยังได้ความเป็นส่วนตัว ได้พื้นที่มากกว่า ในราคาที่คุ้มค่ากว่าเมื่อเทียบกับโซนเอกมัย-ทองหล่อ
ย่านลาซาล-แบริ่ง จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ที่อยู่อาศัยสำหรับวันนี้ แต่เป็นทำเลที่มี Capital Gain เติบโตอย่างต่อเนื่องจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรอบข้าง เป็นสินทรัพย์ที่ทรงคุณค่าทั้งการอยู่อาศัยและการเก็บเป็นมรดกในระยะยาวครับ
